ReadyPlanet.com


กฏหมายใหม่ ร้านขายยา จะกลับมาทำลายเภสัชกรเอง


 จากกรณีศึกษากฏหมายใหม่ พรบ ยา  ฉบับใหม่ พบว่า 

มีทั้งข้อดีและข้อเสีย 

           ข้อดีคือทำให้การใช้ยาของประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้น จากการที่ นำเภสัชกรมาจ่ายยา อย่างถูกต้อง และเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค แต่จากการศึกษากฏหมายหลายข้อ ทำให้เกิดความคิดว่า หากนำกฏหมายมาใช้อย่างเข้มงวด ตัวเภสัชกรเองก็จะลำบากเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการร้านขายยาเท่านั้น เพราะจุดมุ่งหมายแท้จริงคือต้องการควบคุมร้านขายยาที่ไม่เป็นเภสัชกร หรือไม่มีใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม คล้ายแมวหวงก้าง  แนวความคิดของเภสัชกรที่มีอำนาจทั้งหลายคิดว่า พวกคุณร้านยาทั้งหลายไม่ได้เรียนเภสัชกรมาแล้วมาทำอาชีพนี้ทำไม และจึงออกกฏหมายขึ้นเพื่อทำการควบคุมบีบคั้นให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพนี้ออกไปจากวงการยา จะเหลือไว้ให้เฉพาะผู้ที่เรียนจบเภสัขกรเท่านั้น ลองศึกษากฏหมายให้ดี จะพบแนวคิดเหล่านี้ในข้อกฏหมาย และถ้าเราศึกษาข้อกฏหมายดีๆ มีการออกฏหมายที่รัดกุม หรือรัดคอจนทำให้วงการภสัชกรเองนั่นแหละจะพลอยลำบากไปด้วย เรียกว่าถ้าเล่นกันตามกฏหมายกระดุกกระดิกไปไหนไม่ได้เลย เช่น หากเภสัชกรไม่อยู่ร้านขายยา แล้วมีตำรวจไปตรวจร้าน แล้วมีการเปิดร้านให้ผู้ช่วยเภสัชกรดูแลแทน ก็มีความผิดทันที ฐานมียาอันตรายไว้ครอบครองและเปิดร้านยาขณะที่เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติการ แบบนี้เภสัชกรก็ลำบากละ บางคนอาจบอกว่า เมื่อเภสัชกรไม่อยู่ก็ปิดร้านยาไปเลย ลองนึกภาพถ้าเราไปห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ ไปแล้วบางครั้งไปเจอร้านปิดบางครั้งร้านเปิดในฐานะลูกค้าจะรู้สึกอย่างไร  เราในฐานะที่เคยเปิดร้านขายยามานับไม่ถ้วน ร้านยาไหนมีเวลาเปิดปิดไม่แน่นอนในที่สุดก็เจ้ง บางคนอาจบอกว่าคนป่วยต้องใช้ยาก็ต้องกลับมาซื้อ อย่าลืมนะว่า ทางเลือกการรักษามีหลายหนทางหลายวิธี ไม่มีใครป่วยแล้วมานั่งรอร้านยาเปิดค่อยมาซื้อแน่ 

           แล้วที่บอกว่าเภสัชกรกำลังสร้างกฏเกณฑ์ มาทำลายตัวเองเป็นอย่างไร  ฟังนะจะบอก  ทุกมหาลัยกำลังผลิตเภสัชกรออกมาทุกๆปี จำนวนไม่น้อย  ขณะที่กฏหมายใหม่ กำลังบีบให้ร้านขายยาทั่วประเทศอยู่ไม่ได้ คือเป้าหมายลดจำนวนร้านขายยาลง อันนี้ข้อหนึ่งละ ที่สวนทางกัน  อย่างที่บอกแม้แต่เภสัชกร เปิดร้านยาเองก็มีชีวิตที่ลำบากเพราะไปไหนก็ยาก ปิดร้านบ่อยก็อาจทำให้ขาดทุนเพราะลูกค้าหนี ถ้าไม่ปิดร้านก็ชีวิตเหมือนติดคุก และร้านขายยามักจะขายดีช่วงเย็น แทนที่จะได้ชีวิตเหมือนคนปกติก็ต้องเฝ้าร้านยา มีแฟนทำอาชีพอื่นแฟนเลิกงานตอนเย็นแทนที่จะได้ไปนั่งกินข้าวกับแฟนหลังเลิกงานก็ไม่สามารถทำได้ต้องสั่งข้าวกระเพราไข่ดาวมานั่งกินที่ร้านเพราะลูกค้าเข้ามาช่วงเย็น เป็นช่วงทำยอดขายเพื่อความอยู่รอด เพราะฉนั้นต้องอึดจริง และจะทิ้งร้านให้ผู้ช่วยเภสัชกรดูแลบางช่วงก็ไม่ได้เดี๋ยวลูกค้าเข้ามาไม่พบเภสัชกรก็ถูกร้องเรียนว่ามีคนจ่ายยาที่ไม่ใช่เภสัชกรเมื่อถูกร้องเรียนก็ต้องโดนสภาเภสัชหรือฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคเล่นงานอีก การเปิดร้านขายยาไม่ใช่แค่การจ่ายยาถูกต้องอย่างเดียวมันต้องมีการค้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะการดำเนินธุรกิจมันมีค่าใช้จ่ายรออยู่ ไม่ใช่ทำอะไรได้ตามใจเหมือนกลุ่มเภสัชกรที่มีเงินเดือนนั่งในห้องแอร์ทำงานในสำนักงานและมีเวลาทำงานที่สบายๆ มันต่างจากการเปิดกิจการร้านขายยาอย่างมาก เพราะกลุ่มเภสัชกรที่เป็นคนออกกฏหมาย ถึงสิ้นเดือนก็ได้เงินเดือน ไม่ต้องแบกภาระอะไร เพียงชี้นิ้วสั่งให้คนอื่นทำตามความต้องการของตัวเอง แต่การเปิดกจการร้านขายยาไม่ใช่ต่างออกไป เจ้าของร้านต้องแบกภาระทุกๆเดือน

             ส่วนอีกเรื่องคือ เมื่อกฏหมายเข้มงวดมากก็ทำให้ร้านขายยาเดิมที่มีอยู่เลิกกิจการมากขึ้นแม้แต่เภสัชกรเองที่เปิดร้านขายยาก็อาจเลิกกิจการไปด้วยเพราะไม่คุ้มกับเวลาและการลงทุนจะหันไปทำงานประจำมากขึ้นสถานที่ทำงานก็จำกัดมากขึ้นเช่นโรงพยาบาล บริษัทยา บริษัทอาหารเสริม หรือโรงงานผลิตยาอาหารเสริม เภสัชกรทั้งที่จบมานานแล้วและผู้ที่จบใหม่ต้องแข่งขันกันรวมถึงผู้ที่กำลังเรียนเภสัชกรที่มีมากขึ้น แต่ทางกลับกันขณะที่ร้านขายยาก็ปิดตัวลงไปเรื่อยๆ  

            เมื่อจำนวนร้านขายยามีน้อยลงบริษัทผู้ผลิตยา หรือบรษัทจำหน่ายยา ก็ขายได้น้อยลง ทำให้ลดกำลังการผลิตลง การจ้างงานเภสัชกรก็น้อยลงตามไปด้วย แต่เภสัชกรที่เรียนจบใหม่ก็มีมากขึ้นทุกๆปี นึกภาพออกมั๊ย เภสัชกรจบมากขึ้น กฏหมายใหม่เข้มงวดมากจนผู้ประกอบการร้านขายยาอยู่ไม่ได้ มันสวนทางกันอย่างเห็นได้ชัด บอกตรงๆ เมื่อศึกษาข้อกฏหมายการเปิดกิจการร้านขายยา  เหมือนขาข้างหนึ่งอยู่ในคุกเลย ประมาณนั้น บางคนบอกว่าถ้าเป็นร้านเภสัชกรเอง คนตรวจร้านไม่ค่อยตรวจหรอกเพราะเป็นพวกเดียวกัน อย่าลืมนะว่า ฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคและสภาเภสัชกรรมเขาให้ลูกค้าโทรร้องเรียนได้ ถ้ามีการร้องเรียนเรื่องเภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติการบ่อยๆ แล้วคนตรวจปล่อยปะละเลยในที่สุดก็มีปัญหา

             เมื่อร้านขายยามีน้อยประชาชนใช้บริการไม่สะดวก ก็หันไปใช้บริการอื่นเช่น กินอาหารเสริมดูแลตัวเองมากขึ้นพึ่งยาน้อยลง และเมื่อเกิดปัญหาด้านสุขภาพก็สามารถหาข้อมูลใน Goolgle ได้่ก่อนและได้คำตอบละเอียดกว่าเภสัชกรซะอีก และเดี๋ยวนี้สามารถสั่งซื้อยาทาง โซเชี่ยลได้ด้วยโดยไม่ต้องไปร้านขายยา และหากมีอาการที่วินิจฉัยโดย Googleแล้วว่า หากอาการรุนแรงก็ไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาล ได้เลยไม่ต้องมาลองผิดลองถูก ในการไปหาเภสัชกรที่ร้านขายยา นี่ก็เป็นความลำบากอีกประการที่เภสัชกรจะต้องพบเจอ เรียกว่าเจอด่านสกัดความอยู่รอดหลายด่านเลยทีเดียว 

              สรุปว่า ตอนนี้สภาเภสัชกรรม และผู้ที่ทำอาชีพเภสัชกร กำลังเมามันกับการออกกฏหมายที่สุดโต่ง และกำลังบังคับใช้อย่างไม่ปราณีปราศัยกับผู้ประกอบการ เรียกว่ากะเอาให้ตายกันไปเลย เพื่อควบคุมบังคับให้ร้านขายยาทั่่วประเทศ ปิดกิจการไป จะทำให้ร้านขายยาเหลือน้อยลง แม้แต่เภสัชกรที่เปิดร้านยาอยู่แทบไม่ได้เหมือนกัน ในทางกลับกันมีคนเรียนจบเภสัชกรมากขึ้นทุกปี ผู้บริโภคก็สามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้นด้วยเทคโนโลยี่ รวมถึงการพัฒนาของโรงพยาบาลที่เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ในทุกๆทางกำลังตีวงล้อมอาชีพเภสัชกร ไปเรื่อยๆ แบบนี้เรียกว่าอาชีพเภสัชกรกำลังถึงจุดตันก็ว่าได้ 

               หวังว่าคนที่เรียนจบเภสัชกรจะไปรอดตลอดฝั่งดั่งตั้งใจ แต่ฝากไว้ให้คิดว่า ชีวิตมนุษย์ไม่มีอะไรสมบูรณ์เปะ หากการดำเนินชีวิตดำเนินแบบสายกลาง ไม่ตึงไปและหย่อนไป ก็จะเดินไปได้ดีและมั่นคง แต่ถ้าหากทำทุกอย่างตึงไป อาจทำให้เกิดปัญหามากมายตามมา ขอฝากไว้เท่านี้เพื่อเป็นข้อคิด เภสัชกร ต้องพึ่งยา พึ่งผู้ประกอบการร้านขายยา พึงบริษัทยา พึ่งโรงพยาบาล ทุกอย่างต่างพึ่งพากันในลักษณะมหาภาค ไม่ใช้จุลภาค 

 



ผู้ตั้งกระทู้ กกหมายยาใหม่ :: วันที่ลงประกาศ 2022-01-22 10:51:32


[1]

ความคิดเห็นที่ 11 (4359126)

เรียนก็ไม่ได้เรียนมา ถ้าอยากเปิดมากก็ส่งลูกหลานไปเรียน 

เขาให้โอกาสมากพอละ ทำไม่ได้ก็ปิดไป พวกเห็นแก่ตัว หวังแต่จะกอบโกย 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉัน วันที่ตอบ 2022-06-12 10:11:45


ความคิดเห็นที่ 10 (4339085)

 สงสัยว่าผลเสียที่เกิดกับวงการร้านขายยาคืออะไร ทำไม chain store ถึงได้เปรียบจากการที่ร้านขายยาต้องมีเภสัชกรประจำตลอดเวลา นึกภาพไม่ออก

ผู้แสดงความคิดเห็น oudi26 วันที่ตอบ 2022-02-21 15:56:44


ความคิดเห็นที่ 9 (4338979)

 การไม่มีเภสัชอยู่ร้านตลอดเวลาทำการเป็นเรื่องไม่ถูกต้องอันนี่เห็นด้วยครับ ให้เวลาแก้ไขแล้วก็ใช่ครับ ...มาถึงวิธีการแก้ปัญหา ขอถามจุดประสงค์ของทุกท่านก่อนคนับว่าท่านต้องการอะไร 1.ต้องการให้ร้านแขวนป้ายหายไปคือปิดกิจการไปเลย 2.ต้องการให้ร้านแขวนป้ายหายไปโดยทำให้ถูกต้องแล้วมาเข้าสูาระบบการแข่งขันทางการค้าและสานธารณสุขได่อย่างถูกต้อง ถ้าท่านต้องการข้อแรก ก็ไม่ต้องทำอะไรมากครับเดี๋ยวร้านแขวยป้ายจะค่อยๆปิดตัวไปเอง แล้วถึงตอนนี้ทุกคนจะได้เก็นผลกระทบต่อร้านบาทุกร้านทุกประเภทและตัวเภสัชที่จบออกมาเรื่อยๆว่าจะต้องประสบอะไรบ้าง (จากการพูดคุยหลังไมค์กับหลายท่าน มันไม่เป็นผมดีกับใครเลยนอกจากร้านเชน ร้านนายทุนหรือร้านทุนหนาๆ) หรือหากต้องการให้เป็นไปทางข้อสอง อันนี้ต้องมาร่วมกันวางมาตรการและหาทางออกแก้ปัญหาตรงจุดที่ว่าให้เวลามาขนาดนี้แล้วทำไมยังหาเภสัชไม่ได้ ไม่ซ้ำเติม หรือ"บังคับเลิก" แต่ต้องกระทำและทำให้เกิดคำว่า "บังคับรอด"ครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น นศ.เภสัชคนนึง วันที่ตอบ 2022-02-21 12:34:47


ความคิดเห็นที่ 8 (4338020)

 ขอถามเป็นความรู้ถ้ามีคนมาซื้อทิฟฟี้แล้วเภสัชก็ถามอาการคนซื้อบอก

ว่าเป็นหวัดน้ำมูกอย่างเดียวเภสัชก็แนะนำว่าไม่ควรกินทิฟฟี้เพราะ

มีพาราอยู่ด้วยแต่ลูกค้ายืนยันจะเอาทิฟฟี้ไม่ทราบว่าเภสัชจะขายให้

ไหม

ผู้แสดงความคิดเห็น Sirichai. Tawee@hotmail.com วันที่ตอบ 2022-02-14 17:29:56


ความคิดเห็นที่ 7 (4337561)

 ไม่รู้เรื่องยาจริง  ก็เชิญไปทำอาชีพอื่น

ผู้แสดงความคิดเห็น ชาวไทย วันที่ตอบ 2022-02-11 12:29:38


ความคิดเห็นที่ 6 (4337461)

 

 การใช้กฏหมาย กับความเป็นจริงต้องสอดคล้องกัน 

 

 

ขอสอบถามว่า เภสัชกร พร้อมไปอยู่ ปฏิบัตการ ร้านขายยา ที่มีอยู่ทั่วประเทศ แล้วใช่มั๊ย 

 

ถ้าคำตอบ ใช่ ช่วยสร้างศูนย์กลางการติดต่อเภสัชกร ที่ต้องการอยู่ร้านยาให้หน่อย เพื่อให้ร้านขายยาสามารถติดต่อรับสมัครไปทำงานที่ร้านยาทั่วประเทศให้หน่อย  ถ้าพร้อมลองทำให้ดูหน่อย ถ้าทำแล้ว มีเภสัชกรเพียงพอ แล้วร้านไหนไม่ยอมจ้างเภสัชกรอยู่ร้าน จัดการได้เลย  แต่นี่เภสัชกรเอง ยังเถียงกันอยู่เลย บางกลุ่มเห็นบางกลุ่มเห็นด้วยบางกลุ่มไส่อารมณ์ความเกลียดชังร้านแขวนป้าย ทั้งที่ตอนไม่เป็นเภสัชกรเป็นเด็ก พ่อแม่ยังเดินไปซื้อยาที่ร้านขายยามาให้กินจนอยู่รอดและได้เรียนจบเภสัช แล้วมาทำเป็นดัดจริตรังเกียจร้านยาที่มีเภสัชกรแขวนป้าย ไม่มีใครอยากทำผิดแต่ต้องถามว่าพวกคุณซึ่งเป็นเภสัช พร้อมยัง ที่จะไปอยู่ทุกพื้นที่ในประเทศที่มีร้านขายยา ถ้ายังไม่พร้อมก็หัดมองสังคมใหม่ว่าควรทำอย่างไร  เพราะคนไทย ยังอยู่อยู่แบบ โรฮิงญา แล้วจะทำให้ร้านขายยาเป็นแบบ ชาติที่เจริญแล้ว ไม่ดูตัวเองเลย 

ผู้แสดงความคิดเห็น ร้านยา แค้นฝังหุ่่น วันที่ตอบ 2022-02-09 21:34:01


ความคิดเห็นที่ 5 (4337421)

 เขาให้โอกาสพัฒนาร้านขายยา หาเภสัชกร ส่งลูกหลานไปเรียน มา 20 กว่าปีแล้ว 

 แต่ไม่ยอมปรับปรุงตัวเอง เห็นแก่ตัว เอาเปรียบประชาชน ทำให้เสี่ยงได้รับอันตราย

จากการ

ใช้ยา

ผู้แสดงความคิดเห็น Pharadox วันที่ตอบ 2022-02-09 15:11:39


ความคิดเห็นที่ 4 (4337395)

จะไม่พูดถึง ใครว่าใคร ใครแย้งใคร ใครเห็นด้วย ใครคิดต่าง

แต่จะมะโน นำเสนอ เป็นแนวทาง เผื่อ ในอนาคต อันใกล้ ที่มีรัฐบาลใหม่ มีการแก้พรบ.ในเรื่องนี้ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้าต้องแก้ให้สอดคล้องกะกฎหมายแม่)

เพื่อให้ สังคม อยู่กันได้ เพราะสังคมมีคนหลากหลาย มีมาตรฐาน หลายแบบ ตามมุมมองหรือ ความต้องการ ของคนในสังคมย่อยๆ 

ขอเสนออย่างนี้ (ย้ำนี่คือมะโน ไม่เกี่ยว กะ ผิด ถูก หรือ ลดเพิ่ม คุณภาพชีวิต เพราะ ทุกคนมีทางเลือก ที่จะเลือกคุณภาพชีวิตที่เหมาะกะตัวเอง )

มี2ทางเลือก

1.ร้าน ที่เลือกเข้า gpp โดยสมัครใจ มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ อย่างที่กำหนดเป็นกฏหมายตอนนี้ 

ร้านกลุ่มนี้A จะต่อใบอนุญาติ อัตโนมัติ ทุกปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องทำเอกสารต่อใบอนุญาต

Bได้รับการอุดหนุน จากกระทรวง สาสุข ปีละอย่างน้อย1แสนบาท เพื่อมาถัวเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในร้าน ในการขายยาราคาถูก ให้ชาวบ้าน ใครไม่ถัว เอาที่สบายใจเพราะัตลาดมีการแข่งขัน กันเองยู่แล้ว

Cรัฐ จะปชส หรือให้ค่ายมือถือ ค่ายสื่ฮต่างๆ ปชส ชื่อร้านยา และตำแหน่งที่ตั้ง ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อจูงใจให้ชาวบ้าน ได้ซื้อและรับบริการ ทางเภสัชกรรม ในราคาถูก และมีปสภ.สูงสุด

Dนอกจากนี้ ยังได้รับการยกเว้น ไม่ต้องทำ รายงาน บัญชี หรือ อื่นๆที่เป็นเรื่องธุรการ งาน เรียงความ งานสถิติ...

2ร้านที่เลือก ไม่เข้าGPP แขวนป้าย เหมือนที่เป็นๆกันมา ตั้งแต่ ก่อนพศ2510

ร้านกลุ่มนี้ ทำตามกฎหมาย เดิมๆ แขวนป้าย ไม่มีเภสัช แต่ต้องขายยาตามพรบ ยาเดิมๆ ต่อใบอนุญาต ทุกปี ปีละ 1.5แสนบาท และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ขั้นต่ำ 1หมื่นบาท กำหนด ค่าแขวนใบ ขั้นต่ำ3-5หมื่น ต่อเดือน ทำรายงาน โน่นนี่นั่น ตามที่ทำกันอยู่ เช่นขย9-13

นี่เป็นไอเดีย มะโน เพื่อตอบโจทย์ ความหลากหลาย ของสังคม แต่ก็ไม่ทิ้ง คุณภาพบริการด้านเภสัชกรรมที่ดี ให้กะประชาชน 

เผือใครจะดัดแปลง ไปนำเสนอให้รัฐบาลใหม่ ในอนาคตอันใกล้

ผู้แสดงความคิดเห็น เมจิก พี วันที่ตอบ 2022-02-09 13:53:42


ความคิดเห็นที่ 3 (4337391)

 แหม มองจากดาวอังคารก้รุ้ว่าต้องการสื่ออะไร

พิมก็งงๆ 

ผู้แสดงความคิดเห็น พวกแขวนป้ายจงหมดไป วันที่ตอบ 2022-02-09 12:42:07


ความคิดเห็นที่ 2 (4337390)

 พิมอะไรจองเค้าวะเนี่ย งงมาก

ผู้แสดงความคิดเห็น งงกะมึง วันที่ตอบ 2022-02-09 12:41:06


ความคิดเห็นที่ 1 (4337384)

แล้วต้องแคร์อะไรกับผู้ประกอบการอะครับ
คุณไม่มีเภสัชจะมาอ้างโน่นอ้างนี่ไม่ได้
ร้านที่เขามีเภสัชอยู่ตลอดเขาไม่ได้มีปัญหา
พวกมีปัญหาส่วนมากคือพวกแขวน พวกหมอตี๋ 
พวกที่อุตริคิดว่าตัวเองจ่ายยาได้เหมือนเภสัช
แต่ความรู้เป็น 0 ไม่เคยเรียนอะไรมาแล้วมาอ้าง

แล้วไอประเภทที่อ้าง

แทนที่จะได้ชีวิตเหมือนคนปกติก็ต้องเฝ้าร้านยา มีแฟนทำอาชีพอื่นแฟนเลิกงานตอนเย็นแทนที่จะได้ไปนั่งกินข้าวกับแฟนหลังเลิกงานก็ไม่สามารถทำได้ต้องสั่งข้าวกระเพราไข่ดาวมานั่งกินที่ร้านเพราะลูกค้าเข้าช่วงเย็น

มันเกี่ยวอะไรกัน ??????

ผู้แสดงความคิดเห็น เกลียดพวกแขวนป้าย วันที่ตอบ 2022-02-09 11:12:14



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.